เปิดใจคุณแม่ยุคใหม่: ซื้อของให้ลูกเป็นร้อยยูโร แต่ตัวเองได้แค่ 30 ยูโร! ความสุขที่แท้จริงคืออะไร?

เปิดใจคุณแม่ยุคใหม่: ซื้อของให้ลูกเป็นร้อยยูโร แต่ตัวเองได้แค่ 30 ยูโร! ความสุขที่แท้จริงคืออะไร? · Avonetics
การเดินทางไปเที่ยวยุโรปครั้งแรกเป็นความฝันของใครหลายคน เช่นเดียวกับลูกพี่ลูกน้องของฉันที่เดินทางจากอีกทวีปหนึ่งมายังทวีปแห่งนี้ ซึ่งไม่ใช่ทริปที่จะทำได้บ่อยๆ เธอมีโอกาสใช้จ่ายเงินหลายร้อยยูโรได้ตามใจชอบ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจอย่างมากคือ เธอใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการซื้อเสื้อผ้าและของเล่นให้ลูกๆ รวมถึงน้ำหอมและไวน์ให้สามี
แต่สำหรับตัวเอง เธอได้เพียงเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนึ่งกับรองเท้าแตะคู่เดียวเท่านั้น รวมแล้วเธอใช้เงินกว่า 300 ยูโรไปกับครอบครัว แต่สำหรับตัวเอง เธอใช้ไปเพียงประมาณ 30 ยูโรเท่านั้นเอง
Read nextหมอหญิงเปิดใจ จบรัก 7 เดือนพ่อหม้ายลูกสอง ช่วยชีวิตเฝ้า ICU แต่เจอซัดคำเดียว: 'คิดถึงเมียเก่า'!
ฉันอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับเธอว่า “ทำไมเธอไม่ซื้ออะไรดีๆ ให้ตัวเองบ้างล่ะ?”
ในฐานะที่ฉันอายุ 20 ปี ใช้ชีวิตอิสระและยังไม่มีลูก ฉันจึงใช้จ่ายเงินส่วนใหญ่ไปกับตัวเองและประสบการณ์ การได้เห็นใครบางคนให้ความสำคัญกับคนอื่นอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับฉันมาก และทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า “เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่แม่จะรู้สึกมีความสุขกับการใช้เงินกับลูกมากกว่าตัวเอง?” หรือเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จนเราเริ่มให้ตัวเองเป็นอันดับสุดท้ายโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวนี้ได้จุดประกายให้เกิดการสนทนาอย่างกว้างขวางในหมู่คุณแม่หลายคน ผู้คนเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลาย บ้างก็เห็นด้วยกับพฤติกรรมของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ และบ้างก็มีมุมมองที่แตกต่างออกไป
**แคมป์แรก: ความสุขของการให้ลูกคือที่สุด**
คุณแม่หลายคนให้ความเห็นว่าพวกเธอมีความสุขกับการใช้เงินกับลูกมากกว่าตัวเองอย่างแน่นอน “ฉันใช้เงินกับลูกมากกว่าตัวเองเยอะมาก” คนหนึ่งกล่าว “ฉันชอบซื้อเสื้อผ้าเด็กจริงๆ และมันก็เป็นเรื่องปกติที่จะซื้อของเล่นและของสำหรับเด็กกลับมาเมื่อคุณไปเที่ยวโดยไม่มีพวกเขา” พวกเขาเชื่อว่าความสุขที่ได้เห็นลูกๆ ยิ้มและตื่นเต้นกับของขวัญชิ้นใหม่นั้นมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ ที่จะซื้อให้ตัวเอง
“มันง่ายกว่าสำหรับฉันที่จะหาเหตุผลในการซื้อของให้ครอบครัวมากกว่าตัวเอง” อีกคนแย้ง หลายคนรู้สึกว่าตัวเองมีทุกอย่างที่จำเป็นแล้ว และมีความสุขกับการเห็นลูกได้สิ่งใหม่ๆ มากกว่า “ฉันอายุ 40 แล้วและฉันมีทุกอย่างที่จำเป็นแล้ว” คนหนึ่งเสริม “ฉันพยายามกำจัดของอยู่ตลอดเวลา ลูกชายฉันอายุ 1.5 ขวบและฉันชอบซื้อของให้เขามาก! ของเล่น เสื้อผ้าน่ารักๆ! ฉันชอบเห็นหน้าเล็กๆ ของเขาสดใสเมื่อได้ของเล่นใหม่!”
Your brand, right here.Reach story-obsessed listeners in 45+ languages → advertise on Avoneticsบางคนมองว่าการซื้อของให้ลูกเป็นเหมือนงานอดิเรก “สำหรับแม่หลายคน ลูกๆ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานอดิเรกพวกเขาด้วย” คนหนึ่งกล่าว “ถ้าเธอก่อนหน้านี้ชอบแฟชั่น มันก็อาจจะสนุกสำหรับเธอที่จะซื้อของให้ลูกๆ ในวัยนี้” พวกเขาไม่ได้มองว่านี่เป็นการเสียสละ แต่เป็นการทำในสิ่งที่สนุกและเติมเต็มความสุขให้กับตัวเอง
**แคมป์ที่สอง: การจัดลำดับความสำคัญและมุมมองที่เปลี่ยนไป**
ในทางตรงกันข้าม บางคนแย้งว่าการให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อนตัวเองไม่ได้หมายความว่าคุณหยุดอยากได้สิ่งของสำหรับตัวเอง แต่มันหมายถึงการที่คุณเอาตัวเองไว้เป็นอันดับสุดท้าย “การให้ความสำคัญกับทุกคนก่อนตัวเองไม่ได้หมายความว่าคุณหยุดอยากได้สิ่งของสำหรับตัวเอง” อีกคนหนึ่งให้ความเห็น “แต่มันหมายถึงคุณเอาตัวเองไว้เป็นอันดับสุดท้าย”
บางคนอาจแค่ไม่อยากได้อะไรมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับความเป็นแม่ “คุณอาจแค่ไม่อยากได้อะไรมากนัก” คนหนึ่งชี้ “นั่นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่เรื่องของ ‘ความเป็นแม่’ ฉันอยู่ในช่วงที่ ‘เอ่อ ฉันไม่อยากได้ของอะไรเพิ่มแล้ว’ แต่นั่นรวมถึงการช้อปปิ้งทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะสำหรับตัวเอง” พวกเขาอาจมีของสะสมมามากพอแล้วจึงไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม
นอกจากนี้ การได้ไปเที่ยวยุโรปก็ถือเป็น 'ประสบการณ์' ที่แม่ได้รับไปแล้ว ดังนั้นการซื้อของฝากกลับไปให้คนที่ไม่ได้ไปจึงเป็นการแบ่งปันประสบการณ์และความสุข “ลำดับความสำคัญเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน” อีกคนกล่าว “การทำให้พวกเขายิ้มคือสิ่งที่ฉันชอบที่สุด ดังนั้นการกลับบ้านจากทริปแล้วพูดว่า ‘ดูสิว่าฉันเอาอะไรมาให้ตอนที่ฉันไม่อยู่’ ก็คงจะสนุกที่ได้เห็นพวกเขามีความสุข” พวกเขาเชื่อว่าแม่ยังคงอยากได้สิ่งของสำหรับตัวเองอยู่ แต่แค่การตัดสินใจซื้ออาจจะยากขึ้นและคิดทบทวนมากขึ้นเท่านั้นเอง
เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของบทบาทการเป็นแม่ และการเปลี่ยนแปลงทางความคิด ความรู้สึก และการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของผู้หญิงที่ได้สัมผัสกับประสบการณ์นี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่สองพิธีกรของเราจะมาถกเถียงกันในรายการ 'บ้านนี้มีเรื่อง' ของเรา