เลิกเป็นคนเก่งที่ถูกโขกสับ! เปิดคัมภีร์ 'แกล้งโง่ในออฟฟิศ' เคล็ดลับสุดแสบของวัยทำงานที่ช่วยชีวิตไม่ให้พัง

เลิกเป็นคนเก่งที่ถูกโขกสับ! เปิดคัมภีร์ 'แกล้งโง่ในออฟฟิศ' เคล็ดลับสุดแสบของวัยทำงานที่ช่วยชีวิตไม่ให้พัง · Avonetics
The Butcher's Masquerade
The Butcher's Masquerade: Dungeon Crawler Carl Book 5 · Home
See it →
เคยสงสัยไหมว่าทำไมยิ่งเราทำงานเก่งและเสร็จเร็วเท่าไหร่ โต๊ะทำงานของเรากลับยิ่งมีแฟ้มงานกองสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ ที่ทำอะไรเชื่องช้าและถามคำถามเดิมซ้ำๆ กลับได้เก็บกระเป๋ากลับบ้านตรงเวลาทุกวัน ความจริงอันแสนเจ็บปวดของโลกการทำงานยุคนี้กำลังทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองด้วยวิธีที่ไม่มีสอนในตำราบริหารธุรกิจเล่มไหน นั่นคือการฝึกฝนศิลปะแห่งการแกล้งโง่อย่างแนบเนียน
เรื่องราวสุดจี๊ดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในหมู่มนุษย์เงินเดือนเริ่มต้นจากชายหนุ่มวัยทำงานคนหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยบทเรียนราคาแพงของตัวเอง เขาเล่าว่าในที่ทำงานเก่า เขาเคยทุ่มเทเขียนระบบจัดการข้อมูลอัตโนมัติจนสามารถลดเวลาทำงานจาก 12 ชั่วโมงเหลือเพียง 15 นาที ด้วยความหวังว่าจะได้รับคำชมและโอกาสก้าวหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือเจ้านายกลับยิ้มรับแล้วโยนงานของอีกแผนกที่กำลังเละเทะมาให้เขารับผิดชอบเพิ่มทันทีโดยไม่มีการพูดถึงเรื่องขึ้นเงินเดือนแม้แต่คำเดียว
Read nextเมื่อภรรยาปฏิเสธเรื่องนักบุญทั้งหมด: บทเรียนเรื่องความอดทนในครอบครัวต่างความเชื่อ และการตามหาความจริงของโมเสส
เมื่อย้ายมาทำงานที่ใหม่ เขาจึงสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมตกหลุมพรางเดิมอีกต่อไป เขายังคงใช้ระบบอัตโนมัติทำงานให้เสร็จในเวลาไม่กี่นาทีเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการแสดงละครตบตาคนทั้งออฟฟิศ เขาดองงานไว้ในเครื่องนานถึงสองวัน แกล้งทำหน้าเคร่งเครียดถอนหายใจหน้าจอ และคอยเดินไปถามคำถามง่ายๆ กับคนอื่นเพื่อให้ดูเหมือนว่างานชิ้นนี้ช่างยากเย็นแสนเข็ญ ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าทึ่ง เพราะนอกจากเขาจะได้รับคำชมว่าเป็นคนทำงานละเอียดรอบคอบแล้ว ยังไม่มีใครกล้าเอาโปรเจกต์ด่วนมาโยนให้เขาอีกเลย
อีกหนึ่งเรื่องราวที่แสบทรวงไม่แพ้กันมาจากสาวนักการตลาดที่เบื่อหน่ายกับการถูกใช้งานเป็นช่างภาพและนักออกแบบประจำแผนกแบบฟรีๆ เพียงเพราะเธอเคยทำสไลด์นำเสนอได้สวยสะดุดตา เมื่อเธอต้องย้ายไปเริ่มงานกับทีมใหม่ เธอจึงงัดแผนการร้ายขึ้นมาใช้ทันที ทันทีที่มีคนวานให้เธอช่วยทำโปสเตอร์งานเลี้ยง เธอจงใจเลือกใช้สีเขียวสะท้อนแสงคู่กับตัวหนังสือสีแดงสด วางรูปเบี้ยวๆ และใช้ฟอนต์สุดเชย ก่อนจะส่งมอบงานด้วยท่าทางใสซื่อพร้อมบอกว่าพยายามสุดความสามารถแล้วจริงๆ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชื่อของเธอก็ถูกลบออกจากรายชื่อคนรับจบงานจิปาถะไปตลอดกาล
The Five-Star Weekend
The Five-Star Weekend eBook : Hilderbrand, Elin: Kindle Store
See it →
แน่นอนว่าเมื่อเคล็ดลับเหล่านี้ถูกแชร์ออกไป ก็เกิดการปะทะคารมทางความคิดอย่างดุเดือด ผู้แสดงความคิดเห็นคนหนึ่งกล่าวอย่างสะใจว่า นี่แหละคือวิธีเอาตัวรอดที่ถูกต้องที่สุด เพราะถ้าบริษัทจ่ายเงินเดือนระดับธรรมดา เราก็ไม่จำเป็นต้องโชว์พลังพิเศษให้ตัวเองเหนื่อยฟรี ในขณะที่อีกคนหนึ่งแย้งขึ้นมาอย่างเผ็ดร้อนว่า การทำแบบนี้มันต่างอะไรกับการกินแรงเพื่อนร่วมงาน ถ้าคุณแกล้งทำไม่เป็น สุดท้ายงานพวกนั้นก็ต้องไหลไปตกอยู่ที่คนอื่นในทีมที่ใจดีและไม่กล้าปฏิเสธอยู่ดี
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการทำงานมองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงความล้มเหลวขององค์กรในการให้รางวัลคนเก่ง เมื่อระบบลงโทษคนที่ทำงานมีประสิทธิภาพด้วยการเพิ่มภาระงาน พนักงานจึงต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเองขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เส้นแบ่งสำคัญที่คนทำงานต้องระวังให้ดีคือ การเลือกใช้กลยุทธ์นี้เฉพาะกับงานนอกสั่งที่ไม่ใช่หน้าที่หลักเท่านั้น เพราะหากเผลอแกล้งโง่ในงานสำคัญที่เป็นหัวใจของตำแหน่งตัวเอง จากแผนการเอาตัวรอดสุดฉลาดอาจกลายเป็นใบเบิกทางสู่การถูกเลิกจ้างได้โดยไม่รู้ตัว
แล้วคุณล่ะ คิดว่าการแกล้งโง่ในที่ทำงานคือทางรอดที่ฉลาดล้ำ หรือเป็นแค่ข้ออ้างของคนขี้เกียจกันแน่ ไปร่วมฟังสองพิธีกรของเราถกเถียงและชำแหละกลยุทธ์แสบๆ นี้แบบถึงพริกถึงขิงกันต่อได้ในพอดแคสต์