ปิดคดีศพไร้นาม 47 ปี! เทคโนโลยี DNA คืนชื่อให้ 'มิเชลล์ คอลลิเออร์' เหยื่อวัย 15 ในไร่องุ่นแคลิฟอร์เนีย

จากโครงกระดูกปริศนาที่ถูกฝังในปี 1978 สู่การไขปริศนาข้ามศตวรรษด้วยพันธุกรรมนิติวิทยาศาสตร์ เผยเบาะแสระยะทาง 118 ไมล์ที่ยังคงเป็นคำถาม
Thai

ปิดคดีศพไร้นาม 47 ปี! เทคโนโลยี DNA คืนชื่อให้ 'มิเชลล์ คอลลิเออร์' เหยื่อวัย 15 ในไร่องุ่นแคลิฟอร์เนีย · Avonetics

🎧 Podcast episode
Coming soon — พรทิพย์ & ณัฐวุฒิ are taking this one into the studio.
Sponsored
Volicci custom graphic tees, hoodies & die-cut stickers, a fresh original design every day. Learn more →

ในเดือนมิถุนายน ปี 1978 คนขับรถไถในไร่องุ่นอันเงียบสงบของเมืองอาร์วิน รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ค้นพบสิ่งที่ไม่คาดฝัน โครงกระดูกมนุษย์ถูกฝังอยู่ในหลุมตื้นๆ ท่ามกลางแถวต้นองุ่น ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุได้เพียงว่าเป็นร่างของเด็กสาววัยรุ่นที่เสียชีวิตมานานหลายเดือน และถูกตัดสินว่าเป็นคดีฆาตกรรม แต่ปราศจากเบาะแสว่าเธอคือใคร

ร่างของเธอถูกนำไปฝังไว้ที่สุสานประจำเมือง พร้อมป้ายชื่อที่ไร้ตัวตนว่า 'Arvin Jane Doe' ความพยายามในการรื้อฟื้นคดีเกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งในปี 2008 ที่มีการขุดร่างขึ้นมาตรวจชันสูตรทางมานุษยวิทยา และในปี 2015 ที่มีการจัดทำภาพสเกตช์ใบหน้าเสมือนจริง แต่คดีก็ยังคงมืดแปดด้านและไม่มีใครทราบชื่อจริงของเธอ

Read nextรอยเลือดในตู้โทรศัพท์และสายปริศนา 4 ครั้ง! เปิดแฟ้มคดีดิบ 'เอลีซาเบธ' ปริศนา 25 ปีที่ไร้คำตอบ

จนกระทั่งในเดือนมีนาคม ปี 2025 จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นเมื่อทีมสืบสวนได้ส่งตัวอย่างกระดูกไปตรวจพิสูจน์ที่ Othram Labs ห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ชั้นนำ และในเดือนตุลาคม ปี 2025 เทคโนโลยีพันธุกรรมนิติวิทยาศาสตร์ขั้นสูงก็สามารถไขรหัสพันธุกรรมได้สำเร็จ ยืนยันว่าร่างนั้นคือ มิเชลล์ ลูอีส คอลลิเออร์ เด็กสาววัย 15 ปีที่หายตัวไปจากเมืองเฟรสโน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1978

การคืนชื่อให้มิเชลล์ในรอบเกือบ 50 ปีสร้างความสะเทือนใจให้แก่สังคม ทว่าคำถามใหญ่ที่ยังคงไร้คำตอบคือ มิเชลล์ไปจบชีวิตห่างจากบ้านเกิดของเธอถึง 118 ไมล์ได้อย่างไร? ผู้คนที่ติดตามคดีนี้ต่างตั้งข้อสันนิษฐานแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน

ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า มิเชลล์อาจตกเป็นเหยื่อของการโบกรถเดินทางไกล ซึ่งเป็นพฤติกรรมยอดฮิตของวัยรุ่นในยุคปลายทศวรรษ 1970 การที่จุดพบศพอยู่ห่างออกไปกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าฆาตกรคือคนแปลกหน้าที่สัญจรผ่านมารับเธอขึ้นรถ

Your brand, right here.Reach story-obsessed listeners in 45+ languages → advertise on Avonetics

ขณะที่อีกฝ่ายชี้ให้เห็นว่า ไร่องุ่นในเมืองอาร์วินเป็นพื้นที่เฉพาะที่เปลี่ยวและสันโดษมาก มีเพียงคนงานไร่ที่เข้าออกในช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำเท่านั้น ฆาตกรต้องเป็นคนในพื้นที่หรือผู้ที่มีความคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี จึงจะสามารถนำร่างไปซ่อนในจุดอับสายตาเช่นนั้นได้

แม้การระบุตัวตนจะสำเร็จลงด้วยดี แต่การตามหาตัวฆาตกรที่แท้จริงยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

ผู้ดำเนินรายการของเราได้นำคดีนี้มาเจาะลึกและถกเถียงในทุกแง่มุมผ่านรายการพอดแคสต์ตอนล่าสุดแล้ว

0:00
0:00
Link copied ✓