ดราม่าออฟฟิศแตก! สาวพักเที่ยงอู้ยาว 2 ชั่วโมง โดนเจ้านายดักจับได้ พุ่งเป้าด่าเพื่อนข้างโต๊ะ ‘ใจดำที่ไม่ช่วยโกหก’

เรื่องราวสุดพีคของคนทำงาน เมื่อพฤติกรรมกินแรงเพื่อนร่วมงานกลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้ง และบทเรียนการหลอกตัวเองที่เกือบต้องแลกด้วยชีวิต
Thai

ดราม่าออฟฟิศแตก! สาวพักเที่ยงอู้ยาว 2 ชั่วโมง โดนเจ้านายดักจับได้ พุ่งเป้าด่าเพื่อนข้างโต๊ะ ‘ใจดำที่ไม่ช่วยโกหก’ · Avonetics

🎧 Podcast episode
Coming soon — ณิชา & สมชาย are taking this one into the studio.
Sponsored
Volicci custom graphic tees, hoodies & die-cut stickers, a fresh original design every day. Learn more →

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในสังคมคนทำงาน เมื่อพนักงานออฟฟิศรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดอึดอัดใจเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานที่นั่งใกล้กัน ซึ่งมีนิสัยชอบอู้เวลาพักเที่ยงเป็นประจำ โดยบริษัทกำหนดเวลาพักไว้สี่สิบห้านาที แต่เพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวกลับใช้เวลาลากยาวไปถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงเกือบทุกวัน

เหตุการณ์มาถึงจุดพีคเมื่อเจ้านายเสร็จสิ้นการประชุมภายนอกก่อนกำหนด และเดินมาตามหาเพื่อนร่วมงานคนนี้ที่โต๊ะเพื่อติดตามรายงานด่วน แต่นักอู้ประจำออฟฟิศยังไม่กลับมา ซึ่งเวลานั้นล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีแล้ว เจ้านายจึงเอ่ยปากถามผู้เล่าว่ารู้หรือไม่ว่าเจ้าตัวหายไปไหน ซึ่งผู้เล่าได้ตอบไปตามตรงเพียงว่า "ออกไปทานข้าวเที่ยง และไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไร"

Read nextคำสารภาพสุดพีค 'จอมอู้ออฟฟิศ': เผยวิธีแกล้งยุ่งแบบไร้ร่องรอย แต่ทิ้งภาระให้เพื่อนร่วมงานรับกรรม!

เจ้านายยืนรออยู่ด้วยความหงุดหงิดนานกว่าสิบห้านาทีก่อนจะเดินกลับห้องไป ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบลงแค่นั้น เพราะก่อนหน้าที่เจ้านายจะมาถึงสิบนาที เพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวได้ส่งข้อความมาหาผู้เล่า ขอร้องให้ช่วย "ออกรับแทน" หากมีคนถาม แต่ผู้เล่าเลือกที่จะไม่ตอบข้อความ และไม่ได้ส่งข่าวเตือนเมื่อเจ้านายมายืนดักรอ

เมื่อเพื่อนร่วมงานกลับมาถึงและโดนเจ้านายเรียกไปเผชิญหน้า เธอจึงเดินตรงมาระเบิดอารมณ์ใส่ผู้เล่าทันที โดยอ้างว่าผู้เล่าใจดำ ไร้น้ำใจ และเจตนาปล่อยให้เธอเดินไปรับเคราะห์ ทั้งที่หากเป็นเธอ เธอจะช่วยโกหกปกปิดให้แน่นอน ด้านผู้เล่าสวนกลับอย่างเด็ดขาดว่า ตนไม่สะดวกใจที่จะโกหกแทนใคร และไม่จำเป็นต้องเอาหน้าที่การงานไปเสี่ยงกับพฤติกรรมผิดกฎระเบียบของคนอื่น

ผู้คนส่วนใหญ่ต่างแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ผู้เล่าทำถูกต้องแล้วที่ไม่ร่วมมือในการทำผิดกฎระเบียบ เนื่องจากเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวเป็นผู้ใหญ่โตพอที่จะต้องรับผลของการกระทำของตนเอง การอู้เวลาทำงานเป็นชั่วโมงถือเป็นพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวและเอาเปรียบผู้อื่น การหวังให้คนอื่นช่วยโกหกปกปิดจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

Your brand, right here.Reach story-obsessed listeners in 45+ languages → advertise on Avonetics

ขณะเดียวกัน บางส่วนก็ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ผู้เล่าจะไม่จำเป็นต้องโกหกแทน แต่การส่งข้อความสั้นๆ เพื่อเตือนภัยก็อาจช่วยเลี่ยงความขัดแย้งในออฟฟิศได้ อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่ยังคงมองว่า การตัดช่องน้อยแต่พวงและปล่อยให้คนผิดได้รับบทเรียนคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

นอกจากเรื่องราวความขัดแย้งในที่ทำงานแล้ว เรื่องนี้ยังสะท้อนไปถึงพฤติกรรม 'การหลอกตัวเอง' ในชีวิตประจำวัน เหมือนกับอีกคำสารภาพหนึ่งที่ผู้เล่าแชร์เรื่องราวการดื่มแอลกอฮอล์หนักจนหลอกตัวเองว่า 'ยังไหว' จนกระทั่งวูบหมดสติและพบว่าตัวเองเป็นเส้นเลือดในสมองแตกถึงสองจุดในวัยเพียง 43 ปี เป็นบทเรียนราคาแพงว่าการโกหกตัวเองหรือโกหกผู้อื่น สุดท้ายแล้วความจริงก็ต้องปรากฏเสมอ

ฟังสองพิธีกรเจาะลึกและประชันฝีปากวิเคราะห์ดราม่าดอกนี้แบบสุดแซ่บได้ในรายการ 'ความลับหลังจอ' ตอนล่าสุด!

0:00
0:00
Link copied ✓