เจ็ดพี่น้อง แม่ผู้ไม่ยอมสั่นคลอน และเด็กชายสองคนที่ "เดินเคียงกันบนสวรรค์"

เรื่องราวมรณสักขีที่เก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งกลับมาปลอบใจคนยุคนี้ — ผ่านภาพช่างปั้นหม้อ ความทรงจำของเด็กชายผู้รักเครื่องบิน และมิตรภาพกับนักบุญวัยสิบห้า
Thai

เจ็ดพี่น้อง แม่ผู้ไม่ยอมสั่นคลอน และเด็กชายสองคนที่ "เดินเคียงกันบนสวรรค์" · Avonetics

🎧 Podcast episode
Coming soon — มณีรัตน์ & สมศักดิ์ are taking this one into the studio.

ปฏิทินของพระศาสนจักรพลิกมาถึงวันฉลองเจ็ดพี่น้องมรณสักขีและมารดาของพวกเขา และทันทีที่ผู้คนเปิดหน้านั้นในหนังสือมัคคาบีเล่มที่สอง ปฏิกิริยาแรกก็เหมือนกันเกือบทั้งหมด — เงียบ แล้วก็ใจหาย\n\nเรื่องเกิดขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์อันทิโอคัสที่สี่ เอปีฟาเนส ท่ามกลางการปฏิวัติมัคคาบี ยุคที่การเป็นคนของพระเจ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป\n\nแม่คนหนึ่งกับลูกชายเจ็ดคนถูกนำมาต่อหน้าผู้มีอำนาจ คำสั่งฟังดูเล็กน้อยมาก แค่กินเนื้อหมู แค่ฝ่าฝืนธรรมบัญญัติของพระเจ้าสักครั้งเดียว แล้วทุกคนจะได้กลับบ้าน\n\nคนแรกก้าวออกมา และปฏิเสธ\n\nคนที่สองถูกนำออกมาเป็นเครื่องเยาะเย้ย พวกเขาถามเขาซ้ำ ให้โอกาสเหมือนเดิม เขาตอบในภาษาของตนเองสั้น ๆ ว่า "ข้าพเจ้าจะไม่ทำ"\n\nและถ้อยคำสุดท้ายของเขาคือสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่เคยตายไปจากความทรงจำของผู้มีความเชื่อ เขาบอกผู้ที่กำลังพรากชีวิตเขาไปว่า ท่านพรากชีวิตนี้ไปได้ก็จริง แต่พระมหากษัตริย์แห่งสากลโลกจะทรงปลุกเราให้กลับคืนชีพ เพราะเราตายเพื่อธรรมบัญญัติของพระองค์ ในการกลับคืนชีพสู่ชีวิตนิรันดร\n\nนี่คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งประกาศความเชื่อเรื่องการกลับคืนชีพ ก่อนที่พระคริสตเจ้าจะทรงบังเกิด\n\nแล้วก็คนที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ที่หก ทีละคน และตลอดเวลานั้น แม่ของพวกเขายืนอยู่ตรงนั้น แทนที่จะขอร้องให้ลูกยอมแพ้ นางกลับให้กำลังใจพวกเขาในภาษาของบรรพบุรุษ บอกว่าพระองค์ผู้ทรงปั้นเจ้าขึ้นในครรภ์ จะทรงคืนชีวิตให้เจ้าอีกครั้ง\n\nปฏิกิริยาของผู้คนแตกออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน\n\nฝ่ายหนึ่งพูดถึงความโหดร้ายก่อนสิ่งอื่นใด ผู้แสดงความเห็นคนหนึ่งบอกว่านี่คือบทที่รุนแรงและนองเลือดที่สุดในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม และมันทำให้เห็นว่าคนในโลกยุคโบราณโหดเหี้ยมได้ขนาดไหน อีกคนเล่าว่าอ่านครั้งแรกแล้วตกใจจนพูดออกมาว่า "ข้าแต่บรรดามรณสักขี ช่วยวิงวอนเพื่อพระศาสนจักรด้วย"\n\nมีคนหนึ่งพูดอย่างซื่อ ๆ ว่า ถ้าตัวเองอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คงล้มเหลวไม่เป็นท่า — ประโยคที่หลายคนแอบพยักหน้าตาม\n\nอีกฝ่ายตอบกลับอย่างนุ่มนวลว่า ถ้าเราหยุดอยู่แค่ความโหดร้าย เราจะพลาดสิ่งที่เรื่องนี้ต้องการบอก คนหนึ่งยกถ้อยคำของพี่น้องคนที่สองขึ้นมาทั้งท่อน แล้วชี้ว่าหัวใจของเรื่องไม่ใช่สิ่งที่ถูกพรากไป แต่คือประโยคเรื่องการกลับคืนชีพ\n\nอีกคนมองภาพวาดที่เล่าเรื่องนี้แล้วบอกว่า ศิลปินจับรายละเอียดอันโหดร้ายไว้ครบ แต่ยังทำให้มันดูศักดิ์สิทธิ์ได้\n\nและมีคนถามตรง ๆ ว่า ทำไมการปฏิเสธเนื้อหมูถึงนับเป็นการพลีชีพ ในเมื่อทุกวันนี้มันไม่ใช่บาปแล้ว โดยอ้างถึงหนังสือกิจการอัครสาวกบทที่สิบ คำตอบที่ได้รับคือ เรื่องนี้ไม่เคยเกี่ยวกับอาหาร มันเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ และการไม่ยอมทรยศพระเจ้าเพื่อแลกกับความสบายชั่วคราว\n\nสิ่งที่ทำให้เรื่องเก่าแก่นี้กลับมาอุ่นขึ้นในวันนี้ คือบทอ่านประจำวันที่มาบรรจบกันพอดี\n\nประกาศกเยเรมีย์เดินลงไปที่บ้านช่างปั้นหม้อ เห็นดินเหนียวหมุนอยู่บนแป้น ยอมอ่อนตัวลงใต้มือที่อ่อนโยน แล้วพระเจ้าตรัสว่า "ดินเหนียวอยู่ในมือช่างปั้นหม้อฉันใด เจ้าก็อยู่ในมือของเราฉันนั้น"\n\nพระเจ้าไม่ได้ผลิตเราออกมาจากสายพาน พระองค์ทรงปั้นแต่ละดวงวิญญาณด้วยมือของพระองค์เอง และในพระวรสาร พระเยซูตรัสถึงผู้ที่นำของใหม่และของเก่าออกมาจากคลังของตน ความเชื่อจึงเป็นคลังสมบัติที่มีชีวิต เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจและความทรงจำศักดิ์สิทธิ์\n\nและตรงนี้เองที่เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของ Benjamin Vo\n\nเยาวชนคาทอลิกผู้อ่อนโยน ผู้รักการเขียนโค้ด รักการสร้างเกม และรักการแหงนมองท้องฟ้า เขาจะหัวเราะคิกคักด้วยความสุขล้นทุกครั้งที่พูดถึงความฝันจะตั้งสายการบินชื่อ "con chim airlines"\n\nคลังความทรงจำของเขาเต็มไปด้วยของธรรมดาที่งดงาม เช้าวันหนึ่งบนกระเช้าลอยฟ้าเหนือยอดไม้ในหมวกแดง ค่ำคืนหนาวหน้าวัดคาทอลิก Saint Polycarp ที่เขายิ้มกว้างเห็นเหล็กจัดฟันเต็มปาก วันที่เขาชูใบประกาศจบมัธยมต้นพร้อมพวงมาลัยสีเหลือง วันที่เขานั่งยอง ๆ ตั้งใจระบายฟักทองเป็นสีน้ำเงินสด และภาพครอบครัวในชุด áo dài สีเหลืองปักลาย\n\nครอบครัวของเขาเก็บความหวังหนึ่งไว้ด้วย คือนักบุญ Carlo Acutis เด็กหนุ่มจากมิลานผู้รักคอมพิวเตอร์และศีลมหาสนิท ผู้สอนตัวเองเขียนโค้ดและสร้างเว็บไซต์รวบรวมอัศจรรย์ศีลมหาสนิททั่วโลก และในปี 2025 ได้เป็นนักบุญคนแรกของคนรุ่นมิลเลนเนียล\n\nทั้งสองไม่เคยพบกันบนแผ่นดินนี้ คนหนึ่งโตที่มิลาน อีกคนโตที่แคลิฟอร์เนีย แต่ชีวิตของทั้งคู่คล้องจองกันอย่างเหลือเชื่อ — สองดวงวิญญาณเยาว์วัยที่พบพระเจ้าและพบคอมพิวเตอร์ในลมหายใจเดียวกัน และถูกเรียกกลับบ้านตั้งแต่ยังหนุ่ม ครอบครัวเชื่อว่าตอนนี้เขาทั้งสองเดินเคียงกัน\n\nที่ benjaminvo.love ผู้คนเขียนคำภาวนาและจุดเทียนเพื่อเขา ตอนนี้มีเทียนถูกจุดแล้ว 8,221 เล่ม พ่อของเขาเขียนไว้บรรทัดหนึ่งว่า "Ben พ่อกับแม่คิดถึงลูกมาก ช่วยภาวนาให้เราเข้มแข็ง"\n\nสองผู้ดำเนินรายการของเราจะนั่งลงกับเรื่องนี้อย่างช้า ๆ ในตอนใหม่ของพอดแคสต์ "รำลึกถึง Benjamin"

0:00
0:00
Link copied ✓